UNFOLD DESIGN สถาปัตยกรรมผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต กับ aluframe

unfold design-blog-ปก

Design For Business UNFOLD DESIGN คลี่คลายความคิด พลิกข้อจำกัด
ปลดล็อกจินตนาการสถาปัตยกรรมผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต กับ aluframe

ในโลกของการออกแบบ “จินตนาการ” มักถูกท้าทายด้วย “ขีดจำกัด” ของวัสดุอยู่เสมอ หลายครั้งที่แบบร่างสุดล้ำต้องถูกพับเก็บเพียงเพราะวัสดุในท้องตลาดไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่รูปทรงหรือโครงสร้างได้ งานสถาปนิก’69 ปีนี้ aluframe แบรนด์ผู้ผลิตอลูมิเนียมที่อยู่คู่คนไทยมา 50 ปี จับมือกับ Unknown Surface Studio เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อความคิดถูกคลี่คลายและข้อจำกัดถูกทลายลง สเปซที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้

ผ่านแนวคิด “UNFOLD” ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางไปสัมผัส “เนื้อแท้” ของวัสดุถึงในโรงงาน ทีมออกแบบได้นำความประทับใจจากเส้นสายอลูมิเนียมโปรไฟล์หลากหลายรูปแบบ มาถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมที่ปลดล็อกจินตนาการผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง
2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง
3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน
4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

Design For Business UNFOLD DESIGN คลี่คลายความคิด พลิกข้อจำกัด
ปลดล็อกจินตนาการสถาปัตยกรรมผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต กับ aluframe

ในโลกของการออกแบบ “จินตนาการ” มักถูกท้าทายด้วย “ขีดจำกัด” ของวัสดุอยู่เสมอ หลายครั้งที่แบบร่างสุดล้ำต้องถูกพับเก็บเพียงเพราะวัสดุในท้องตลาดไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่รูปทรงหรือโครงสร้างได้ งานสถาปนิก’69 ปีนี้ aluframe แบรนด์ผู้ผลิตอลูมิเนียมที่อยู่คู่คนไทยมา 50 ปี จับมือกับ Unknown Surface Studio เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อความคิดถูกคลี่คลายและข้อจำกัดถูกทลายลง สเปซที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้

ผ่านแนวคิด “UNFOLD” ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางไปสัมผัส “เนื้อแท้” ของวัสดุถึงในโรงงาน ทีมออกแบบได้นำความประทับใจจากเส้นสายอลูมิเนียมโปรไฟล์หลากหลายรูปแบบ มาถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมที่ปลดล็อกจินตนาการผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง
2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง
3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน
4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

Design For Business UNFOLD DESIGN
คลี่คลายความคิด พลิกข้อจำกัด ปลดล็อกจินตนาการสถาปัตยกรรม ผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต กับ aluframe

ในโลกของการออกแบบ “จินตนาการ” มักถูกท้าทายด้วย “ขีดจำกัด” ของวัสดุอยู่เสมอ หลายครั้งที่แบบร่างสุดล้ำต้องถูกพับเก็บเพียงเพราะวัสดุในท้องตลาดไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่รูปทรงหรือโครงสร้างได้ งานสถาปนิก’69 ปีนี้ aluframe แบรนด์ผู้ผลิตอลูมิเนียมที่อยู่คู่คนไทยมา 50 ปี จับมือกับ Unknown Surface Studio เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อความคิดถูกคลี่คลายและข้อจำกัดถูกทลายลง สเปซที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้

ผ่านแนวคิด “UNFOLD” ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางไปสัมผัส “เนื้อแท้” ของวัสดุถึงในโรงงาน ทีมออกแบบได้นำความประทับใจจากเส้นสายอลูมิเนียมโปรไฟล์หลากหลายรูปแบบ มาถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมที่ปลดล็อกจินตนาการผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง
2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง
3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน
4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง ผิวสัมผัส และองค์ประกอบงานออกแบบ

ภาพจำของอลูมิเนียม ในสายตาหลายคน อาจถูกตีกรอบไว้แค่การเป็นเส้นสายตรงๆ ของวงกบประตูหรือหน้าต่างสี่เหลี่ยม แต่สำหรับ คุณแสตมป์ – ศิวนาถ ณัฐบวรภัล (Co-Founder of Unknown Surface Studio) สถาปนิกผู้ออกแบบพาวิลเลียน เลือกที่จะหยิบเอาศักยภาพความยืดหยุ่นของวัสดุอุตสาหกรรมชิ้นนี้ มาสร้างสรรค์สเปซในรูปแบบ Flexible Design ที่ลื่นไหลและมีชีวิตชีวา

ความน่าสนใจในงานดีไซน์ครั้งนี้ คือสถาปนิกไม่ได้ฝืนธรรมชาติของวัสดุด้วยการดัดโค้งจนเสียรูปทรง แต่เลือกที่จะเคารพในความเป็นเส้นตรงของอลูมิเนียมโปรไฟล์ แล้วนำมาเล่นกับเทคนิคการจัดวางในระนาบและองศาที่แตกต่างกัน สเปซโดยรวมจึงก่อตัวขึ้นเป็นพาวิลเลียนทรงสามเหลี่ยมมุมป้านแบบอสมมาตร ที่ให้อารมณ์เหมือนจังหวะของการคลี่พัด (Unfold) ออกมาทีละเลเยอร์

การซ้อนทับกันของหน้าตัดอลูมิเนียมในแนวทแยง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่ยังสร้างสรรค์ Facade รูปทรง Iconic Freeform ที่ดึงดูดสายตา การออกแบบให้สเปซด้านหนึ่งสอบแคบและบีบอัด ก่อนจะค่อยๆ เปิดกว้างคลี่คลายในอีกด้าน ช่วยสร้างไดนามิกให้สถาปัตยกรรมดูเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เส้นสายเหล่านี้ยังทอดตัวยาวลงมาผสานกับดีเทลการเว้นร่องบนพื้น เชื่อมโยงมิติของสเปซทั้งในและนอกให้เป็นผืนเดียวกัน

นอกจากฟอร์มอาคารที่แปลกตา การเว้นจังหวะและช่องว่างระหว่างแผงอลูมิเนียม ยังถูกคิดมาอย่างแยบยลเพื่อเล่นกับแสงและเงา เมื่อแสงตกกระทบลงบนความแวววาวของผิวโลหะ ความแข็งกระด้างของวัสดุอุตสาหกรรมจะถูกเบลนด์ให้นุ่มนวล ลึกลับ และเกิดมิติความลึกที่เปลี่ยนไปในทุกจังหวะการก้าวเดิน นี่คือข้อพิสูจน์ที่ว่า หากเราเข้าใจ “เนื้อแท้” ของวัสดุ จินตนาการก็สามารถพาสถาปัตยกรรมทะยานข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และไม่เพียงแค่อิสระในแง่ของรูปทรง หรือการจัดวางเพื่อเล่นกับแสงเงาบนผิวโลหะเท่านั้น แต่ด้วยศักยภาพของ aluframe ที่เป็น “โรงงานผู้ผลิต” โดยตรง จึงสามารถตอบโจทย์ดีไซน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทลายขีดจำกัดไปถึงพื้นผิวและองค์ประกอบทั้งหมด

ส่งผลให้สถาปนิก สามารถ Custom หน้าตัดโปรไฟล์ได้อย่างอิสระ เลือกทำผิวและสีได้ทุกเฉดที่จินตนาการถึง ทั้งงานชุบ (Anodize), งานพ่นสี (Powder Coat) ไปจนถึงลายไม้เสมือนจริง รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง ในการเลือกใช้อุปกรณ์ยึดติดต่างๆ ที่รองรับการติดตั้งร่วมกับทุกยี่ห้อในทุกระดับ

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง ผิวสัมผัส และองค์ประกอบงานออกแบบ

ภาพจำของอลูมิเนียม ในสายตาหลายคน อาจถูกตีกรอบไว้แค่การเป็นเส้นสายตรงๆ ของวงกบประตูหรือหน้าต่างสี่เหลี่ยม แต่สำหรับ คุณแสตมป์ – ศิวนาถ ณัฐบวรภัล (Co-Founder of Unknown Surface Studio) สถาปนิกผู้ออกแบบพาวิลเลียน เลือกที่จะหยิบเอาศักยภาพความยืดหยุ่นของวัสดุอุตสาหกรรมชิ้นนี้ มาสร้างสรรค์สเปซในรูปแบบ Flexible Design ที่ลื่นไหลและมีชีวิตชีวา

ความน่าสนใจในงานดีไซน์ครั้งนี้ คือสถาปนิกไม่ได้ฝืนธรรมชาติของวัสดุด้วยการดัดโค้งจนเสียรูปทรง แต่เลือกที่จะเคารพในความเป็นเส้นตรงของอลูมิเนียมโปรไฟล์ แล้วนำมาเล่นกับเทคนิคการจัดวางในระนาบและองศาที่แตกต่างกัน สเปซโดยรวมจึงก่อตัวขึ้นเป็นพาวิลเลียนทรงสามเหลี่ยมมุมป้านแบบอสมมาตร ที่ให้อารมณ์เหมือนจังหวะของการคลี่พัด (Unfold) ออกมาทีละเลเยอร์

การซ้อนทับกันของหน้าตัดอลูมิเนียมในแนวทแยง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่ยังสร้างสรรค์ Facade รูปทรง Iconic Freeform ที่ดึงดูดสายตา การออกแบบให้สเปซด้านหนึ่งสอบแคบและบีบอัด ก่อนจะค่อยๆ เปิดกว้างคลี่คลายในอีกด้าน ช่วยสร้างไดนามิกให้สถาปัตยกรรมดูเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เส้นสายเหล่านี้ยังทอดตัวยาวลงมาผสานกับดีเทลการเว้นร่องบนพื้น เชื่อมโยงมิติของสเปซทั้งในและนอกให้เป็นผืนเดียวกัน

นอกจากฟอร์มอาคารที่แปลกตา การเว้นจังหวะและช่องว่างระหว่างแผงอลูมิเนียม ยังถูกคิดมาอย่างแยบยลเพื่อเล่นกับแสงและเงา เมื่อแสงตกกระทบลงบนความแวววาวของผิวโลหะ ความแข็งกระด้างของวัสดุอุตสาหกรรมจะถูกเบลนด์ให้นุ่มนวล ลึกลับ และเกิดมิติความลึกที่เปลี่ยนไปในทุกจังหวะการก้าวเดิน นี่คือข้อพิสูจน์ที่ว่า หากเราเข้าใจ “เนื้อแท้” ของวัสดุ จินตนาการก็สามารถพาสถาปัตยกรรมทะยานข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และไม่เพียงแค่อิสระในแง่ของรูปทรง หรือการจัดวางเพื่อเล่นกับแสงเงาบนผิวโลหะเท่านั้น แต่ด้วยศักยภาพของ aluframe ที่เป็น “โรงงานผู้ผลิต” โดยตรง จึงสามารถตอบโจทย์ดีไซน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทลายขีดจำกัดไปถึงพื้นผิวและองค์ประกอบทั้งหมด

ส่งผลให้สถาปนิก สามารถ Custom หน้าตัดโปรไฟล์ได้อย่างอิสระ เลือกทำผิวและสีได้ทุกเฉดที่จินตนาการถึง ทั้งงานชุบ (Anodize), งานพ่นสี (Powder Coat) ไปจนถึงลายไม้เสมือนจริง รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง ในการเลือกใช้อุปกรณ์ยึดติดต่างๆ ที่รองรับการติดตั้งร่วมกับทุกยี่ห้อในทุกระดับ

1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง ผิวสัมผัส และองค์ประกอบงานออกแบบ

ภาพจำของอลูมิเนียม ในสายตาหลายคน อาจถูกตีกรอบไว้แค่การเป็นเส้นสายตรงๆ ของวงกบประตูหรือหน้าต่างสี่เหลี่ยม แต่สำหรับ คุณแสตมป์ – ศิวนาถ ณัฐบวรภัล (Co-Founder of Unknown Surface Studio) สถาปนิกผู้ออกแบบพาวิลเลียน เลือกที่จะหยิบเอาศักยภาพความยืดหยุ่นของวัสดุอุตสาหกรรมชิ้นนี้ มาสร้างสรรค์สเปซในรูปแบบ Flexible Design ที่ลื่นไหลและมีชีวิตชีวา

ความน่าสนใจในงานดีไซน์ครั้งนี้ คือสถาปนิกไม่ได้ฝืนธรรมชาติของวัสดุด้วยการดัดโค้งจนเสียรูปทรง แต่เลือกที่จะเคารพในความเป็นเส้นตรงของอลูมิเนียมโปรไฟล์ แล้วนำมาเล่นกับเทคนิคการจัดวางในระนาบและองศาที่แตกต่างกัน สเปซโดยรวมจึงก่อตัวขึ้นเป็นพาวิลเลียนทรงสามเหลี่ยมมุมป้านแบบอสมมาตร ที่ให้อารมณ์เหมือนจังหวะของการคลี่พัด (Unfold) ออกมาทีละเลเยอร์

การซ้อนทับกันของหน้าตัดอลูมิเนียมในแนวทแยง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่ยังสร้างสรรค์ Facade รูปทรง Iconic Freeform ที่ดึงดูดสายตา การออกแบบให้สเปซด้านหนึ่งสอบแคบและบีบอัด ก่อนจะค่อยๆ เปิดกว้างคลี่คลายในอีกด้าน ช่วยสร้างไดนามิกให้สถาปัตยกรรมดูเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เส้นสายเหล่านี้ยังทอดตัวยาวลงมาผสานกับดีเทลการเว้นร่องบนพื้น เชื่อมโยงมิติของสเปซทั้งในและนอกให้เป็นผืนเดียวกัน

นอกจากฟอร์มอาคารที่แปลกตา การเว้นจังหวะและช่องว่างระหว่างแผงอลูมิเนียม ยังถูกคิดมาอย่างแยบยลเพื่อเล่นกับแสงและเงา เมื่อแสงตกกระทบลงบนความแวววาวของผิวโลหะ ความแข็งกระด้างของวัสดุอุตสาหกรรมจะถูกเบลนด์ให้นุ่มนวล ลึกลับ และเกิดมิติความลึกที่เปลี่ยนไปในทุกจังหวะการก้าวเดิน นี่คือข้อพิสูจน์ที่ว่า หากเราเข้าใจ “เนื้อแท้” ของวัสดุ จินตนาการก็สามารถพาสถาปัตยกรรมทะยานข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และไม่เพียงแค่อิสระในแง่ของรูปทรง หรือการจัดวางเพื่อเล่นกับแสงเงาบนผิวโลหะเท่านั้น แต่ด้วยศักยภาพของ aluframe ที่เป็น “โรงงานผู้ผลิต” โดยตรง จึงสามารถตอบโจทย์ดีไซน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทลายขีดจำกัดไปถึงพื้นผิวและองค์ประกอบทั้งหมด

ส่งผลให้สถาปนิก สามารถ Custom หน้าตัดโปรไฟล์ได้อย่างอิสระ เลือกทำผิวและสีได้ทุกเฉดที่จินตนาการถึง ทั้งงานชุบ (Anodize), งานพ่นสี (Powder Coat) ไปจนถึงลายไม้เสมือนจริง รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง ในการเลือกใช้อุปกรณ์ยึดติดต่างๆ ที่รองรับการติดตั้งร่วมกับทุกยี่ห้อในทุกระดับ

2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง

แน่นอนว่างานสถาปัตยกรรมที่สวยงามบนภาพเรนเดอร์ จะไม่มีความหมายเลยหากไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นจริงได้ เพื่อเปลี่ยน “ภาพฝัน” ให้กลายเป็น “สเปซ” ที่ใช้งานได้จริง ทีม Unknown Surface Studio จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบภายใต้แนวคิด Feasible Build ที่ไม่ได้โฟกัสแค่สุนทรียภาพเปลือกนอก แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้องคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ

เบื้องหลังสเปซที่ดูสลับซับซ้อนราวกับงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือการซ่อน “ตรรกะทางวิศวกรรม” และ “การจัดการเชิงระบบ” เอาไว้ ทีมออกแบบลงลึกไปถึงการวางแผนตั้งแต่อยู่ในโรงงานผลิต โดยถอดรหัสรูปแบบชั้นวางอลูมิเนียมในคลังสินค้า มาประยุกต์เป็น ระบบ Modular System และโครง Truss ที่ผ่านการคำนวณการรับน้ำหนักมาอย่างดี ทำให้การจัดการกับหน้าตัดอลูมิเนียมที่แตกต่างกันนับร้อยรูปแบบ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

งานดีไซน์ยังคิดเผื่อไปถึงขั้นตอนการขนส่ง สัดส่วนของชิ้นส่วนโมดูลาร์ถูกกำหนดขนาดจาก “ระยะความกว้างและยาวของรถบรรทุก” เป็นหลัก เพื่อให้สามารถจัดเรียงและขนย้ายจากโรงงานไปยังพื้นที่จัดแสดงได้อย่างไร้รอยต่อ ป้องกันความเสียหาย และใช้พื้นที่ระวางรถได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

และเมื่อถึงขั้นตอนการประกอบหน้างาน ซึ่งมักเป็นโจทย์หินของงาน Expo ที่มีเวลาจำกัดสุดๆ ระบบโมดูลาร์ที่เตรียมมาอย่างดีจะทำหน้าที่เหมือนตัวต่อเลโก้ขนาดใหญ่ที่พร้อมติดตั้งทันที ช่วยลดข้อผิดพลาด ลดปัญหาขยะหน้างาน ประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และประกอบความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง

แน่นอนว่างานสถาปัตยกรรมที่สวยงามบนภาพเรนเดอร์ จะไม่มีความหมายเลยหากไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นจริงได้ เพื่อเปลี่ยน “ภาพฝัน” ให้กลายเป็น “สเปซ” ที่ใช้งานได้จริง ทีม Unknown Surface Studio จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบภายใต้แนวคิด Feasible Build ที่ไม่ได้โฟกัสแค่สุนทรียภาพเปลือกนอก แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้องคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ

เบื้องหลังสเปซที่ดูสลับซับซ้อนราวกับงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือการซ่อน “ตรรกะทางวิศวกรรม” และ “การจัดการเชิงระบบ” เอาไว้ ทีมออกแบบลงลึกไปถึงการวางแผนตั้งแต่อยู่ในโรงงานผลิต โดยถอดรหัสรูปแบบชั้นวางอลูมิเนียมในคลังสินค้า มาประยุกต์เป็น ระบบ Modular System และโครง Truss ที่ผ่านการคำนวณการรับน้ำหนักมาอย่างดี ทำให้การจัดการกับหน้าตัดอลูมิเนียมที่แตกต่างกันนับร้อยรูปแบบ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

งานดีไซน์ยังคิดเผื่อไปถึงขั้นตอนการขนส่ง สัดส่วนของชิ้นส่วนโมดูลาร์ถูกกำหนดขนาดจาก “ระยะความกว้างและยาวของรถบรรทุก” เป็นหลัก เพื่อให้สามารถจัดเรียงและขนย้ายจากโรงงานไปยังพื้นที่จัดแสดงได้อย่างไร้รอยต่อ ป้องกันความเสียหาย และใช้พื้นที่ระวางรถได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

และเมื่อถึงขั้นตอนการประกอบหน้างาน ซึ่งมักเป็นโจทย์หินของงาน Expo ที่มีเวลาจำกัดสุดๆ ระบบโมดูลาร์ที่เตรียมมาอย่างดีจะทำหน้าที่เหมือนตัวต่อเลโก้ขนาดใหญ่ที่พร้อมติดตั้งทันที ช่วยลดข้อผิดพลาด ลดปัญหาขยะหน้างาน ประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และประกอบความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2. UNFOLD THE FEASIBLE : คลี่ความเป็นจริง ประกอบฝันให้โครงสร้างแข็งแรง

แน่นอนว่างานสถาปัตยกรรมที่สวยงามบนภาพเรนเดอร์ จะไม่มีความหมายเลยหากไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นจริงได้ เพื่อเปลี่ยน “ภาพฝัน” ให้กลายเป็น “สเปซ” ที่ใช้งานได้จริง ทีม Unknown Surface Studio จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบภายใต้แนวคิด Feasible Build ที่ไม่ได้โฟกัสแค่สุนทรียภาพเปลือกนอก แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้องคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ

เบื้องหลังสเปซที่ดูสลับซับซ้อนราวกับงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือการซ่อน “ตรรกะทางวิศวกรรม” และ “การจัดการเชิงระบบ” เอาไว้ ทีมออกแบบลงลึกไปถึงการวางแผนตั้งแต่อยู่ในโรงงานผลิต โดยถอดรหัสรูปแบบชั้นวางอลูมิเนียมในคลังสินค้า มาประยุกต์เป็น ระบบ Modular System และโครง Truss ที่ผ่านการคำนวณการรับน้ำหนักมาอย่างดี ทำให้การจัดการกับหน้าตัดอลูมิเนียมที่แตกต่างกันนับร้อยรูปแบบ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

งานดีไซน์ยังคิดเผื่อไปถึงขั้นตอนการขนส่ง สัดส่วนของชิ้นส่วนโมดูลาร์ถูกกำหนดขนาดจาก “ระยะความกว้างและยาวของรถบรรทุก” เป็นหลัก เพื่อให้สามารถจัดเรียงและขนย้ายจากโรงงานไปยังพื้นที่จัดแสดงได้อย่างไร้รอยต่อ ป้องกันความเสียหาย และใช้พื้นที่ระวางรถได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

และเมื่อถึงขั้นตอนการประกอบหน้างาน ซึ่งมักเป็นโจทย์หินของงาน Expo ที่มีเวลาจำกัดสุดๆ ระบบโมดูลาร์ที่เตรียมมาอย่างดีจะทำหน้าที่เหมือนตัวต่อเลโก้ขนาดใหญ่ที่พร้อมติดตั้งทันที ช่วยลดข้อผิดพลาด ลดปัญหาขยะหน้างาน ประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และประกอบความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เวลาไปเดินงานแฟร์ บ่อยครั้งที่เรามักตั้งคำถามในใจว่า “พาวิลเลียนสวยๆ พวกนี้ พอจบงานแล้วขยะโครงสร้างจะไปอยู่ที่ไหน?”

สำหรับ Thematic Pavilion ของ aluframe ทีม Unknown Surface Studio เลือกที่จะมองข้ามช็อตไปถึงตอนจบของงานตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจกต์ ซึ่งแนวคิดสุดล้ำนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนจาก คุณเกรียงไกร เกียรติพิศาลสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด ที่มีวิสัยทัศน์เปิดกว้าง และตั้งใจให้สเปซแห่งนี้สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุด

แทนที่จะสั่งผลิตอลูมิเนียมล็อตใหม่เอี่ยมมาทำพาวิลเลียนให้เปลืองทรัพยากร ทีมออกแบบเลือกที่จะเดินเข้าคลังสินค้า แล้วหยิบเอาอลูมิเนียมเก่า และเศษวัสดุที่กำลังรอคิวเข้าเตาหลอม มาเป็นพระเอกของงาน แนวคิดนี้คือการชะลออายุขัยของวัสดุเหลือใช้ ให้มันได้มาเฉิดฉายโชว์ความสวยงามในงานสถาปนิกเสียก่อน แล้วพอจบงาน ค่อยส่งกลับเข้าเตาหลอมเพื่อรีไซเคิลใหม่แบบ 100%

ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โครงสร้างเหล็กด้านใน ที่ปกติมักจะกลายเป็นขยะชิ้นยักษ์หลังจบงาน ทีมออกแบบได้แก้เกมด้วยการทำเป็นระบบ Modular ที่คำนวณสัดส่วนมาเป๊ะๆ เพื่อที่ว่าทันทีที่นิทรรศการจบลง ชิ้นส่วนโครงสร้างทั้งหมดจะถูกถอดประกอบ ยกขึ้นรถบรรทุกส่งตรงกลับโรงงาน แล้วนำไปประกอบร่างใหม่เป็นชั้นวางจัดเก็บอลูมิเนียมใช้งานต่อได้ทันที

งานคราฟต์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะทิ้งไว้ให้โลก และสถาปัตยกรรมชั่วคราวก็สามารถจัดการให้เป็น Zero Waste ได้จริง หากเราวางแผนวงจรชีวิตวัสดุ ไว้ตั้งแต่ก้าวแรก

3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เวลาไปเดินงานแฟร์ บ่อยครั้งที่เรามักตั้งคำถามในใจว่า “พาวิลเลียนสวยๆ พวกนี้ พอจบงานแล้วขยะโครงสร้างจะไปอยู่ที่ไหน?”

สำหรับ Thematic Pavilion ของ aluframe ทีม Unknown Surface Studio เลือกที่จะมองข้ามช็อตไปถึงตอนจบของงานตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจกต์ ซึ่งแนวคิดสุดล้ำนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนจาก คุณเกรียงไกร เกียรติพิศาลสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด ที่มีวิสัยทัศน์เปิดกว้าง และตั้งใจให้สเปซแห่งนี้สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุด

แทนที่จะสั่งผลิตอลูมิเนียมล็อตใหม่เอี่ยมมาทำพาวิลเลียนให้เปลืองทรัพยากร ทีมออกแบบเลือกที่จะเดินเข้าคลังสินค้า แล้วหยิบเอาอลูมิเนียมเก่า และเศษวัสดุที่กำลังรอคิวเข้าเตาหลอม มาเป็นพระเอกของงาน แนวคิดนี้คือการชะลออายุขัยของวัสดุเหลือใช้ ให้มันได้มาเฉิดฉายโชว์ความสวยงามในงานสถาปนิกเสียก่อน แล้วพอจบงาน ค่อยส่งกลับเข้าเตาหลอมเพื่อรีไซเคิลใหม่แบบ 100%

ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โครงสร้างเหล็กด้านใน ที่ปกติมักจะกลายเป็นขยะชิ้นยักษ์หลังจบงาน ทีมออกแบบได้แก้เกมด้วยการทำเป็นระบบ Modular ที่คำนวณสัดส่วนมาเป๊ะๆ เพื่อที่ว่าทันทีที่นิทรรศการจบลง ชิ้นส่วนโครงสร้างทั้งหมดจะถูกถอดประกอบ ยกขึ้นรถบรรทุกส่งตรงกลับโรงงาน แล้วนำไปประกอบร่างใหม่เป็นชั้นวางจัดเก็บอลูมิเนียมใช้งานต่อได้ทันที

งานคราฟต์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะทิ้งไว้ให้โลก และสถาปัตยกรรมชั่วคราวก็สามารถจัดการให้เป็น Zero Waste ได้จริง หากเราวางแผนวงจรชีวิตวัสดุ ไว้ตั้งแต่ก้าวแรก

3. UNFOLD THE FUTURE FORWARD : ถอดรหัสวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เวลาไปเดินงานแฟร์ บ่อยครั้งที่เรามักตั้งคำถามในใจว่า “พาวิลเลียนสวยๆ พวกนี้ พอจบงานแล้วขยะโครงสร้างจะไปอยู่ที่ไหน?”

สำหรับ Thematic Pavilion ของ aluframe ทีม Unknown Surface Studio เลือกที่จะมองข้ามช็อตไปถึงตอนจบของงานตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจกต์ ซึ่งแนวคิดสุดล้ำนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนจาก คุณเกรียงไกร เกียรติพิศาลสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด ที่มีวิสัยทัศน์เปิดกว้าง และตั้งใจให้สเปซแห่งนี้สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุด

แทนที่จะสั่งผลิตอลูมิเนียมล็อตใหม่เอี่ยมมาทำพาวิลเลียนให้เปลืองทรัพยากร ทีมออกแบบเลือกที่จะเดินเข้าคลังสินค้า แล้วหยิบเอาอลูมิเนียมเก่า และเศษวัสดุที่กำลังรอคิวเข้าเตาหลอม มาเป็นพระเอกของงาน แนวคิดนี้คือการชะลออายุขัยของวัสดุเหลือใช้ ให้มันได้มาเฉิดฉายโชว์ความสวยงามในงานสถาปนิกเสียก่อน แล้วพอจบงาน ค่อยส่งกลับเข้าเตาหลอมเพื่อรีไซเคิลใหม่แบบ 100%

ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โครงสร้างเหล็กด้านใน ที่ปกติมักจะกลายเป็นขยะชิ้นยักษ์หลังจบงาน ทีมออกแบบได้แก้เกมด้วยการทำเป็นระบบ Modular ที่คำนวณสัดส่วนมาเป๊ะๆ เพื่อที่ว่าทันทีที่นิทรรศการจบลง ชิ้นส่วนโครงสร้างทั้งหมดจะถูกถอดประกอบ ยกขึ้นรถบรรทุกส่งตรงกลับโรงงาน แล้วนำไปประกอบร่างใหม่เป็นชั้นวางจัดเก็บอลูมิเนียมใช้งานต่อได้ทันที

งานคราฟต์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะทิ้งไว้ให้โลก และสถาปัตยกรรมชั่วคราวก็สามารถจัดการให้เป็น Zero Waste ได้จริง หากเราวางแผนวงจรชีวิตวัสดุ ไว้ตั้งแต่ก้าวแรก

4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

มิติสุดท้ายของการออกแบบ คือการตอบคำถามที่ว่า “แล้วสเปซหรือวัสดุที่สวยงามเหล่านี้ จะเข้าไปเติมเต็มชีวิตคนอยู่จริงๆ ได้อย่างไร?”

เพราะในชีวิตจริง อลูมิเนียมตามกรอบประตูหน้าต่าง ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านสวย แต่มันคือเกราะคุ้มกันด่านแรกของบ้าน aluframe เข้าใจเรื่องนี้ดี การพัฒนาโปรดักส์ของแบรนด์จึงไม่ได้เริ่มจากแค่เรื่องดีไซน์ แต่เริ่มจากการหยิบเอา “ปัญหาคลาสสิก” ที่คนทำบ้านต้องเจอมาแก้โจทย์

ทั้งฝนสาด น้ำรั่วซึม เสียงดัง ฝุ่น PM 2.5 หรือแม้แต่จิ้งจกและแมลงกวนใจ ปัญหาพวกนี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นระบบเฟรมที่กันได้มิดชิด และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างจริงจังจากห้องแล็บ

ด้วยประสบการณ์เกือบ 50 ปีในวงการ และเป็นโรงงานผลิตอลูมิเนียมเส้นแห่งแรกในไทยที่ได้ มอก. สิ่งที่ทำให้ aluframe โดดเด่นคือการเป็นแบรนด์ที่ “ฟังเสียงคนใช้งานจริง” นวัตกรรมอย่างเช่น หน้าต่างบานเลื่อนและบานกระทุ้งที่กันฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ก็ล้วนเป็นไอเดียที่ได้จากการเก็บฟีดแบ็ก พูดคุยรับฟังปัญหาจากสถาปนิกและคนรักบ้านที่มาเดินเยี่ยมชมบูธในงานสถาปนิกปีก่อนๆ แล้วนำกลับไปพัฒนาเป็นโปรดักส์ที่อุด Pain Point ได้ตรงจุด

นอกจากนี้ aluframe ยังโฟกัสไปถึงความอุ่นใจเรื่องสุขภาพผู้ใช้งาน ในฐานะโรงงานสีเขียว (Green Industry) แบรนด์เลือกใช้สีพ่นและกระบวนการชุบสีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง

และยังมีจุดแข็งเรื่องความรวดเร็วในการผลิต สั่งคัสตอมสีได้ตามใจ และส่งมอบงานเป๊ะตามเวลา
นี่คือการคลี่ประสบการณ์จริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมวัสดุที่ดี ต้องผสานทั้ง ความสวยงามที่เข้าได้กับทุกดีไซน์ และ ฟังก์ชันที่พึ่งพาได้จริง เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต และเติมเต็มความอุ่นใจให้กับเจ้าของบ้านไปตลอดอายุการใช้งาน

4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

มิติสุดท้ายของการออกแบบ คือการตอบคำถามที่ว่า “แล้วสเปซหรือวัสดุที่สวยงามเหล่านี้ จะเข้าไปเติมเต็มชีวิตคนอยู่จริงๆ ได้อย่างไร?”

เพราะในชีวิตจริง อลูมิเนียมตามกรอบประตูหน้าต่าง ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านสวย แต่มันคือเกราะคุ้มกันด่านแรกของบ้าน aluframe เข้าใจเรื่องนี้ดี การพัฒนาโปรดักส์ของแบรนด์จึงไม่ได้เริ่มจากแค่เรื่องดีไซน์ แต่เริ่มจากการหยิบเอา “ปัญหาคลาสสิก” ที่คนทำบ้านต้องเจอมาแก้โจทย์

ทั้งฝนสาด น้ำรั่วซึม เสียงดัง ฝุ่น PM 2.5 หรือแม้แต่จิ้งจกและแมลงกวนใจ ปัญหาพวกนี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นระบบเฟรมที่กันได้มิดชิด และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างจริงจังจากห้องแล็บ

ด้วยประสบการณ์เกือบ 50 ปีในวงการ และเป็นโรงงานผลิตอลูมิเนียมเส้นแห่งแรกในไทยที่ได้ มอก. สิ่งที่ทำให้ aluframe โดดเด่นคือการเป็นแบรนด์ที่ “ฟังเสียงคนใช้งานจริง” นวัตกรรมอย่างเช่น หน้าต่างบานเลื่อนและบานกระทุ้งที่กันฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ก็ล้วนเป็นไอเดียที่ได้จากการเก็บฟีดแบ็ก พูดคุยรับฟังปัญหาจากสถาปนิกและคนรักบ้านที่มาเดินเยี่ยมชมบูธในงานสถาปนิกปีก่อนๆ แล้วนำกลับไปพัฒนาเป็นโปรดักส์ที่อุด Pain Point ได้ตรงจุด

นอกจากนี้ aluframe ยังโฟกัสไปถึงความอุ่นใจเรื่องสุขภาพผู้ใช้งาน ในฐานะโรงงานสีเขียว (Green Industry) แบรนด์เลือกใช้สีพ่นและกระบวนการชุบสีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง

และยังมีจุดแข็งเรื่องความรวดเร็วในการผลิต สั่งคัสตอมสีได้ตามใจ และส่งมอบงานเป๊ะตามเวลา
นี่คือการคลี่ประสบการณ์จริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมวัสดุที่ดี ต้องผสานทั้ง ความสวยงามที่เข้าได้กับทุกดีไซน์ และ ฟังก์ชันที่พึ่งพาได้จริง เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต และเติมเต็มความอุ่นใจให้กับเจ้าของบ้านไปตลอดอายุการใช้งาน

4. UNFOLD THE FULFILLMENT :
คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

มิติสุดท้ายของการออกแบบ คือการตอบคำถามที่ว่า “แล้วสเปซหรือวัสดุที่สวยงามเหล่านี้ จะเข้าไปเติมเต็มชีวิตคนอยู่จริงๆ ได้อย่างไร?”

เพราะในชีวิตจริง อลูมิเนียมตามกรอบประตูหน้าต่าง ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านสวย แต่มันคือเกราะคุ้มกันด่านแรกของบ้าน aluframe เข้าใจเรื่องนี้ดี การพัฒนาโปรดักส์ของแบรนด์จึงไม่ได้เริ่มจากแค่เรื่องดีไซน์ แต่เริ่มจากการหยิบเอา “ปัญหาคลาสสิก” ที่คนทำบ้านต้องเจอมาแก้โจทย์

ทั้งฝนสาด น้ำรั่วซึม เสียงดัง ฝุ่น PM 2.5 หรือแม้แต่จิ้งจกและแมลงกวนใจ ปัญหาพวกนี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นระบบเฟรมที่กันได้มิดชิด และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างจริงจังจากห้องแล็บ

ด้วยประสบการณ์เกือบ 50 ปีในวงการ และเป็นโรงงานผลิตอลูมิเนียมเส้นแห่งแรกในไทยที่ได้ มอก. สิ่งที่ทำให้ aluframe โดดเด่นคือการเป็นแบรนด์ที่ “ฟังเสียงคนใช้งานจริง” นวัตกรรมอย่างเช่น หน้าต่างบานเลื่อนและบานกระทุ้งที่กันฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ก็ล้วนเป็นไอเดียที่ได้จากการเก็บฟีดแบ็ก พูดคุยรับฟังปัญหาจากสถาปนิกและคนรักบ้านที่มาเดินเยี่ยมชมบูธในงานสถาปนิกปีก่อนๆ แล้วนำกลับไปพัฒนาเป็นโปรดักส์ที่อุด Pain Point ได้ตรงจุด

นอกจากนี้ aluframe ยังโฟกัสไปถึงความอุ่นใจเรื่องสุขภาพผู้ใช้งาน ในฐานะโรงงานสีเขียว (Green Industry) แบรนด์เลือกใช้สีพ่นและกระบวนการชุบสีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง

และยังมีจุดแข็งเรื่องความรวดเร็วในการผลิต สั่งคัสตอมสีได้ตามใจ และส่งมอบงานเป๊ะตามเวลา
นี่คือการคลี่ประสบการณ์จริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมวัสดุที่ดี ต้องผสานทั้ง ความสวยงามที่เข้าได้กับทุกดีไซน์ และ ฟังก์ชันที่พึ่งพาได้จริง เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต และเติมเต็มความอุ่นใจให้กับเจ้าของบ้านไปตลอดอายุการใช้งาน

โดยปีนี้ที่งานสถาปนิก’69 แบรนด์ aluframe โฟกัสที่การมองไปข้างหน้า กับการใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อโลก ผ่านกระบวนการ Recycle 100% (Regenerate Materials) ขมวดปมระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความรับผิดชอบ” ชวนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความคราฟต์ และการสร้าง Business Value ผ่านสเปซที่ไร้กรอบแต่ยั่งยืน

🔶 พบกับแบรนด์ aluframe ได้ที่งานสถาปนิก’69🔶

📍 aluframe Thematic Pavilion (TP08)
28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569
📅อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ร่วมโหวต Thematic Pavilion โดยสแกน QR Code 

QR_ThematicVote2026

โดยปีนี้ที่งานสถาปนิก’69 แบรนด์ aluframe โฟกัสที่การมองไปข้างหน้า กับการใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อโลก ผ่านกระบวนการ Recycle 100% (Regenerate Materials) ขมวดปมระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความรับผิดชอบ” ชวนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความคราฟต์ และการสร้าง Business Value ผ่านสเปซที่ไร้กรอบแต่ยั่งยืน

🔶 พบกับแบรนด์ aluframe ได้ที่งานสถาปนิก’69🔶

📍 aluframe Thematic Pavilion (TP08)
28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569
📅อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ร่วมโหวต Thematic Pavilion โดยสแกน QR Code 

QR_ThematicVote2026

โดยปีนี้ที่งานสถาปนิก’69 แบรนด์ aluframe โฟกัสที่การมองไปข้างหน้า กับการใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อโลก ผ่านกระบวนการ Recycle 100% (Regenerate Materials) ขมวดปมระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความรับผิดชอบ” ชวนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความคราฟต์ และการสร้าง Business Value ผ่านสเปซที่ไร้กรอบแต่ยั่งยืน

🔶 พบกับแบรนด์ aluframe ได้ที่งานสถาปนิก’69🔶

📍 aluframe Thematic Pavilion (TP08)
28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569
📅อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ร่วมโหวต Thematic Pavilion โดยสแกน QR Code 

QR_ThematicVote2026